ตกแต่งบ้านให้สวยด้วยกล้วยไม้ แม้ว่าต้นไม้ในสวนจะมีให้เลือกปลูกหลากหลายชนิดตามแต่รสนิยมความชอบของเจ้าของบ้าน แต่ กล้วยไม้ (Orchid) หรือ ดอกเอื้อง ชื่อดั้งเดิมที่เรียกในเมืองไทยนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ตามประวัติที่มีบันทึกไว้ตั้งแต่สมัยสุโขทัยและอยุธยาก่อนจะมีการนำเข้าสายพันธุ์จากต่างประเทศในช่วงต้นรัตนโกสินทร์

ด้วยรูปลักษณ์ของดอกกล้วยไม้ที่มีหลายสีสัน รูปทรงแตกต่าง นิยมปลูกเพื่อตัดดอกจำหน่าย ปลูกในสวนเพื่อความเพลิดเพลิน และปลูกประดับตกแต่งบ้านเพื่อความสวยงาม แต่ก่อนจะไปรู้จักวิธีใช้กล้วยไม้ตกแต่งบ้าน ลองไปทำความรู้จักธรรมชาติของกล้วยไม้กันก่อน

ประเภทของกล้วยไม้

กล้วยไม้อยู่ในวงศ์ Orchidaceae กระจายอยู่ทั่วโลกว่า 19,000 ชนิด 796 สกุลและในจำนวนนี้มีอยู่ 1,154 ชนิด 174 สกุลที่มีถิ่นกำเนิดในเมืองไทย จึงไม่น่าแปลกใจที่กล้วยไม้จะเป็นที่นิยมปลูกมาอย่างยาวนาน ทั้งยังมีการเพาะเลี้ยงผสมพันธุ์ใหม่ๆ เป็นลูกผสมที่มีรูปดอกสวยงามสีสันแตกต่างและปลูกเลี้ยงได้ง่ายขึ้น การจำแนกประเภทของกล้วยไม้ตามลักษณะที่พบตามธรรมชาติแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกันคือ

1. กล้วยไม้รากอากาศ หรือ กล้วยไม้อิงอาศัย (epiphytic orchid) เป็นกล้วยไม้ที่เติบโตอยู่ตามคบไม้ใหญ่ อย่างสกุลคัทลียา สกุลฟาแลนนอปซิส สกุลเข็ม สกุลหวาย สกุลช้าง

2. กล้วยไม้ดิน (terrestrial orchid) เป็นกล้วยไม้ที่เติบโตบนดินที่มีซากพืชซากสัตว์ทับถมกัน มีลำต้นใต้ดินเป็นหัว อย่างสกุลบัวสันโดษ สกุลนางอั้ว เป็นต้น นอกจาก 2 ประเภทใหญ่ๆ นี้ ยังมีอีกหลายชนิดที่สามารถเติบโตได้ดีทั้งแบบอิงอาศัยและบนดินที่มีซากพืชซากสัตว์ทับถม อย่าง สกุลรองเท้านารี และสกุลแวนด้า ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่มีรูปดอกสวยงามเป็นที่นิยมปลูกมายาวนาน

กล้วยไม้ที่นิยมปลูกชมความสวยงามของดอก

กล้วยไม้สกุลแวนด้า (Vanda) ภาพถ่ายผลงานของคุณวิศรุต อังคทะวานิช

1 | สกุลแวนด้า (Vanda) เป็นกล้วยไม้ลูกผสม ที่เหล่านักพฤษศาสตร์นิยมผสมพันธุ์ให้ได้ลักษณะดอกที่มีสีสันที่สวยงาม ทั้งยังเป็นไม้ตัดดอกเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดของเมืองไทย ที่รู้จักกันดีคือแวนด้า ฟ้ามุ้ย (ลูกผสม) ซึ่งมีดอกขนาดใหญ่ ให้สีม่วงอมน้ำเงิน ออกดอกเป็นช่อ ลักษณะกลีบแบนหนามีลวดลายสลับสี ที่ปากดอกมีเดือยเล็กๆ นอกจากแวนด้าฟ้ามุ่ยแล้วยังมีอีกหลายชนิดที่นิยมปลูกเลี้ยงไม่ว่าจะเป็นแวนด้าพรพิมลดอกสีชมพูเข้ม แวนด้าโรเบิร์ตดีไลท์ดอกสีม่วง แวนด้าทวีวรรณดอกสีไวน์แดงผสมชมพู
กล้วยไม้รองเท้านารี

2 | สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum) เป็นกล้วยไม้ชนิดแท้ โดดเด่นด้วยลักษณะดอกที่มีเอกลักษณ์มีทั้งชนิดที่ออกดอกเดี่ยวและออกดอกเป็นช่อ กลีบดอกทั้ง 3 ชั้นมีลักษณะที่ตกต่างกันในหนึ่งดอก สาเหตุที่ได้ชื่อว่ารองเท้านารีเพราะกลีบดอกชั้นในที่เป็น กลีบปาก คล้ายรูปรองเท้า ส่วนกลีบคู่ในกางออกซ้ายขวารับกับกลีบคู่นอกที่ใหญ่ขึ้น ในเมืองไทยมีหลายชนิด ได้แก่ รองเท้านารีคางกบ รองเท้านารีเหลืองปราจีน รองเท้านารีดอยตุง รองเท้านารีฝาหอย
กล้วยไม้คัทลียา

3 | สกุลคัทลียา (Cattleya) เป็นกล้วยไม้ลูกผสม และจัดเป็นกล้วยไม้ที่มีดอกขนาดใหญ่ที่สุดและมีกลิ่นหอม ทั้งยังมีสีสันให้เลือกปลูกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีชมพู สีม่วง สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีม่วง ลักษณะดอกมีกลีบนอก 3 กลีบ กลีบใน 3 กลีบ ซึ่งกลีบในอีก 1 กลีบจะม้วน 2 ข้างริมหยักเป็นคลื่นและมีสีเข้มแตกต่างจากทุกกลีบ เวลาออกดอกจะแตกดอกเป็นช่อ แต่ละช่อมีดอกได้จำนวน 1- 3 ดอกหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ถูกผสมด้วย

วิธีปลูก ดูแล เทคนิคการปลูกเลี้ยงในบ้าน

กล้วยไม้สกุลที่เหมาะจะปลูกในบ้านได้แก่ สกุลหวาย สกุลคัทลียา สกุลออกซิเดียว สกุลฟาแลนนอปซิส และสกุลรองเท้านารี สามารถปลูกกล้วยไม้ในบ้านได้ แต่ต้องพิจารณาตำแหน่งที่แสงแดดส่องถึง ไม่ควรรดน้ำบ่อย เพราะอาจจะทำให้ต้นเน่าตายได้ ทั้งนี้ควรรดเฉพาะเวลาที่วัสดุแห้ง อย่าให้โดนใบและดอกโดยใช้เทคนิคจุ่มน้ำในกระถาง รอจนไม่มีฟองอากาศปุดจึงนำกระถางขึ้น หมั่นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดผิวใบให้ฝุ่นออกบ้าง เพื่อช่วยให้ใบได้รับแสงแดด ควรนำต้นออกนอกบ้านไปรับแสงแดดเป็นเวลาประมาณ 1-2สัปดาห์ แล้วจึงนำกลับมาวางไว้ในบ้านได้เหมือนเดิม ปุ๋ยที่เหมาะกับกล้วยไม้ สามารถใช้ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเกล็ด และปุ๋ยเม็ดละลายช้า เทคนิคการให้ปุ๋ยควรรดน้ำให้ชุ่มแล้วค่อยรดปุ๋ยตามอีกครั้ง และควรให้ปุ๋ยกับต้นที่กำลังเติบโต หากปลูกใหม่ให้รอจนกว่าแตกรากและแตกหน่อจึงเริ่มให้ปุ๋ยได้

เติมเต็มให้บ้านสวยด้วยการจัดวางกล้วยไม้ในมุมต่างๆ

Living Room : ห้องนั่งเล่น
แต่งเติมบรรยากาศเป็นทางการภายในห้องนั่งเล่นที่ปรับจากส่วน My Pavilion ของบ้าน Vanda ให้รองรับการปรับฟังก์ชั่นตามความต้องการ เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยดีไซน์ที่แยกออกจากตัวอาคารหลัก ภายในห้องเลือกใช้โทนสีคู่ตรงข้ามอย่างสีส้มและสีเขียว กรุกระจกเป็นช่องตารางสะท้อนให้ห้องดูกว้างขึ้นและรับแสงธรรมชาติผ่านหน้าต่างบานกว้าง เพิ่มความนุ่มนวลด้วยกล้วยไม้ฟาแลนอฟซิสดอกสีขาวปลูกในกระถาง และ กล้วยไม้แอสโคเซนด้าดอกสีส้มตัดดอกปักแจกัน

Pantry & Dining Room แพนทรีและมุมรับประทานอาหาร
ภายในบ้านที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นและสว่างด้วยสีขาว บวกกับการดีไซน์ให้ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาสู่พื้นที่ภายในบ้าน Rothschild Slippers ทั้งมุมแพนทรีและมุมรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกันนี้ถูกออกแบบให้มีโทนสีขาวดำที่ดูเรียบง่าย ใช้บานเลื่อนฉลุลายวงกลมช่วยบดบังแสงแดดและเกิดเป็นเฉดเงาให้มุมนี้ เพิ่มสีสันให้ความเรียบน้อยดูมีชีวิตชีวาขึ้นด้วยกล้วยไม้รองเท้านารีฝาหอย และกล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่

Drawing Room : ห้องรับแขก
บรรยากาศกึ่งทางการภายในห้องรับแขกของบ้าน Cattleya ที่โดดเด่นด้วยผนังวอลล์เปเปอร์สีเขียวมรกตลวดลายเครือไม้อันอ่อนโยน ตัดเส้นขอบสีทองเพิ่มความหรูเรียบดูเป็นทางการ ภายในห้องนี้เลือกตกแต่งด้วยกล้วยไม้ดอกสีม่วง อย่างกล้วยไม้คัทลียาดอกสีขาวแซมม่วง ปลูกในกระถางทรงกลม และกล้วยไม้แอสโคเซนด้าดอกสีม่วง ตัดดอกปักแจกัน

Bed Room ห้องนอน
ด้วยโทนสีแดง Burgundy อันเป็นอีกหนึ่งโทนสีของกล้วยไม้คัทลียาถูกหยิบยกให้เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งห้องนอนจับคู่กับสีเทา ดูอบอุ่นและเต็มไปด้วยเสน่ห์ ตกแต่งด้วยกล้วยไม้ฟาแลนอฟซิสที่เสริมความหรูหราและกล้วยไม้แวนด้าตัดดอกปักแจกัน ใช้สีเพียงน้อยแต่โดดเด่นไม่ฉูดฉาด

Enclosed Balcony ส่วนต่อขยายระเบียงห้องนอน
อีกหนึ่งส่วนของการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานที่แท้จริงคือบ้านทุกหลังจะมี Extended Master Bedroom Space ส่วนระเบียงที่เชื่อมต่อกับห้องนอน (Enclosed Barcony) ออกแบบกึ่ง Semi Outdoor ให้เปิดปิดได้ตามต้องการ ทั้งยังมีพื้นที่กว้างขวางจัดเป็นมุมนั่งเล่นรับลมได้แสนสบาย โดยกั้นผนังด้านนอกด้วย Shading Screen ที่ดึงลวดลายบนกลีบดอกของกล้วยไม้แวนด้ามาดัดแปลงเป็นลายฉลุ ให้แสงส่องผ่านและกั้นความเป็นส่วนตัวไปพร้อมๆ กัน

Pavilion ศาลาในสวน
นอกจากกล้วยไม้จะใช้ตกแต่งภายในบ้านแล้ว ส่วนนอกบ้านอย่างศาลาในสวน ก็สามารถเลือกปลูกกล้วยไม้เพิ่มความสวยงามได้ อย่างมุมศาลาในสวนของบ้าน Cattleya ที่ถูกออกแบบให้เป็นจุดพักผ่อนอันร่มรื่น ห้อยประดับด้วยเฟินสไบนางและเฟินชายผ้าสีดา ขาดไม่ได้คือกล้วยไม้คัทลียาสีขาวเพิ่มความสดชื่นให้การใช้ชีวิตในสวนเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย

กล้วยไม้ นอกจากจะเป็นต้นไม้ที่สามารถปลูกได้ทั้งในบ้านและนอกบ้านแล้ว กล้วยไม้สกุลหวาย (Dendrobium Orchid) ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศชนิดหนึ่งที่สามารถดูดสารพิษได้จำนวนมาก โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ อาซีโตน ฟอร์มัลดีไฮด์และคลอโรฟอร์ม และเป็นพืชที่คายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืน และดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป จึงเหมาะที่จะปลูกในห้องนอน